เก้าอี้บาร์เหล็ก

เก้าอี้บาร์เหล็ก

เก้าอี้บาร์เหล็ก เป็นที่นิยมในร้านอาหาร ร้านกาแฟ

ด้วยรูปแบบดีไซน์สวย เข้าได้กับบรรยากาศร้าน หลายๆสไตล์

.

.

.

เก้าอี้บาร์เหล็ก ทำจากเหล็ก พ่นสีอุตสาหกรรม อย่างดี

ขนาด 30x30xh76 ซม. จะเหมาะสำหรับเป็นเก้าอี้บาร์

ขนาด 30x30xh46 ซม. จะเหมาะสำหรับเป็นเก้าอี้นั่งปกติ

.

.

รูปแบบการจัดห้องในแบบต่างๆ โดยใช้เก้าอี้บาร์เหล็ก

.

 

 

 

 

 

โต๊ะขาแชมเปญ

โต๊ขาแชมเปญ เฟอร์นิสต้าเฟอร์นิเจอร์

.

โต๊ะขาแชมเปญ เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ร้านอาหาร ร้านกาแฟขาดไม่ได้เลย

เพราะช่วยให้บรรยากาศน่านั่ง และสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

ประหยัดพื้นที่ ทำให้มีที่ว่างมากขึ้น

ทำให้ร้านของคุณดูโปร่ง โล่ง ไม่แออัดมากนัก

.

โต๊ะขาแชมเปญ เก้าอี้ไม้จริง 2 ที่นั่ง

.

โต๊ะขาแชมเปญ ของทาง เฟอร์นิสต้า มีให้เลือกหลายขนาดด้วยกัน

ขึ้นอยู่กับพื้นที่ร้าน การวาง layout ของร้าน จำนวนที่นั่งในร้าน ของลูกค้า

.

โต๊ะขาแชมเปญ ขาฐานเหลี่ยม

.

โต๊ะขาแชมเปญ ตัวหน้าท๊อปจะเป็นไม้จริง ทำจากไม้ยางพารา เกรด A

เฟอร์นิสต้า เราใช้เกรดเดียวกับที่ ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น

มีขนาด 60×60, 70×70, 75×75, 80×80 ซม. สำหรับ 2 ที่นั่ง

มีขนาด 60×120, 70×120, 75×120, 80×160 ซม. สำหรับ 4 ที่นั่ง

หรือสั่งทำตามขนาดที่ลูกค้าต้องการก็ได้

.

โต๊ะขาแชมเปญ แบบต่อโต๊ะ

.

โต๊ะขนาด 2 ที่นั่ง สามารถมาต่อโต๊ะเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่มาด้วยกันได้

และยังสามารถปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่น ในการขยับขยาย เสริมโต๊ะได้อีกด้วย

.

โต๊ะขาแชมเปญ ร้านกาแฟ Coffee Today

.

โต๊ะขาแชมเปญ สามารถเข้าได้กับ เก้าอี้หลากหลายรูปแบบ

ขึ้นอยู่กับโทนสีร้าน สามารถเลือกหน้าท๊อปให้เข้ากับสีร้าน หรือตัวเก้าอี้ได้อีกด้วย

 

 

กิจการร้านอาหาร ซื้อดีไหม?

กิจการร้านอาหาร หลายคนอยากทำธุรกิจร้านอาหาร

โดยอาจจะเริ่มจากการทำธุรกิจขึ้นมาเอง หรือไปซื้อแฟรนไชส์มา

วันนี้เราจะมานำเสนออีกวิธีนึงที่ช่วยให้ทำธุรกิจร้านอาหารได้ง่ายขึ้น

นั่นก็คือการซื้อ กิจการร้านอาหาร ของคนอื่นที่อยากทำต่อหรืออยากขาย

มีวิธีการดูยังไงกันบ้าง ไปอ่านกันเลย!!!

.

.

กิจการร้านอาหาร อยากซื้อต่อจากเจ้าของเดิมมีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

เช่น ประวัติเจ้าของเดิม การบริหารงาน เหตุผลที่ขาย

และการคงเอกลักษณ์ของร้านเดิมไว้

1. ดูเหตุผลที่เจ้าของเดิมขาย

ลองหาสาเหตุที่เจ้าของเดิม เช่น ถ้าทำ ร้านอาหาร นี้มานาน อยากหาอะไรทำใหม่ๆ

หรือ อายุเยอะแล้ว อยากอยู่บ้านเลี้ยงหลาน

หรือ ไม่มีลูกหลานสืบทอดกิจการ

หากเป็นเหตุผลประมาณนี้ ก็ถือว่ายังพอจะซื้อมาทำต่อได้

แต่

ถ้าไปสืบรู้มาว่ามีปัญหาด้านการเงิน การบริหารจัดการคน รายรับไม่พอค่าใช้จ่าย

อันนี้เราอาจจะต้องคิดหนักหน่อย ว่ามันจะคุ้มมากน้อยแค่ไหนที่จะเสี่ยง

เพราะขนาดเจ้าของเดิมมีความเชี่ยวชาญ ชำนาญในด้านนี้

ยังมีปัญหา ถ้าคุณเป็นมือใหม่ในธุรกิจนี้ ก็ควรจะหลีกเลี่ยง

แต่ถ้าคุณมีประสบการณ์ มีทีมงานที่เก่งอยู่แล้วอาจจะไม่ได้เป็นปัญหาอะไร

.

.

2. อันไหนดีคงไว้ อันไหนแย่ปรับปรุง

หลายคนคงจะมีคำถามในใจว่าทำไมการปรับปรุงให้ดีกว่าก่อน การพัฒนา

ให้มันดีขึ้นไม่ดีกว่าหรือ จริงๆแล้วการทำให้ดีขึ้นก็ดี แต่บางทีลูกค้าประจำ

ของทางร้านอาจจะชอบในสิ่งที่ร้านเดิมเป็นอยู่ เมื่อเราไปปรับ อาจจะไม่ตรงใจ

หรืออาจจะเปลี่ยน concept ของร้านไปเลย ทำให้ลูกค้าไม่เข้าร้านก็เป็นได้

.

การเปลี่ยน Concept ร้านอาจทำให้ลูกค้าประจำหายได้

ดังนั้น เมื่อเอาร้านเดิมของคนอื่นมาทำต่อ ก็อาจจะต้องลองสอบถามลูกค้า

ดูว่ามีอะไรประทับใจ อะไรคือเหตุผลที่มาร้านประจำ หรือมีอะไรที่ทางร้าน

ต้องปรับปรุง พัฒนาเพิ่มเติมไหม จะดีกว่า โดยคงสิ่งที่ดี ที่เป็นเอกลักษณ์

ของร้านเดิมไว้ แล้วไปพัฒนาส่วนที่ลูกค้าต้องการเพิ่มจะดีกว่า

ลองเอาไปปรับใช้ดูค่ะ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการทุกคนนะคะ

เปิดร้านอาหาร ต้องรู้!!!

อยากเปิดร้านอาหาร เริ่มยังไงดี?

อยากซื้อเฟอร์นิเจอร์สวยๆ ที่ไหนดี?

เปิดร้านอาหารต้องระวังอะไรบ้าง?

 

หากคุณมีคำถามเหล่านี้ในการ เปิดร้านอาหาร ต้องอ่านบทความนี้!!!

มนุษย์เงินเดือนหลายคนที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ธุรกิจนึงที่อยู่ในใจหลายคน คงหนีไม่พ้นการเปิดร้านอาหาร หรือร้านกาแฟเป็นแน่แท้ อาจจะเป็นเพราะอาหาร หรือเครื่องดื่มนั้นอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนนั้นเอง โดยข้อมูลจาก DBD ข้อมูลสิ้นเดือนมีนาคม 2560 นั้นมีธุรกิจร้านอาหารที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศจำนวน 11,945 ราย และมีมูลค่าทุนจดทะเบียนถึง 77,423 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยเป็นธุรกิจของ SMEs ที่มีทุนจดทะเบียนระหว่าง 1-5 ล้านบาท ถึงกว่า 99.72% นั่นแสดงให้เห็นว่ามีจำนวนผู้เล่นรายเล็กที่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้ได้อย่างไม่ยากนัก แต่กลับมีการแข่งขันที่รุนแรงมากโดยดูจากข้อมูลอัตรากำไรสุทธิ (%) จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า อัตรากำไรสุทธิมีตัวเลขที่ลดลงจาก 2.80 ในปี 2556 เหลือ 1.43 ในปี 2558 ตัวเลขกำไรสุทธิสะท้อนให้เห็นถึงกำไรที่ลดลงเรื่อยๆ หมายถึงแต่ละร้านอาหารต้องพยายามดึงลูกค้าให้มากินที่ร้านของตัวเองอาจจะเป็นทั้งการทำการตลาด การโฆษณา การทำโปรโมชั่นที่เข้มข้นขึ้นเพื่อที่จะให้มียอดขายเติบโต หรือแม้แต่ให้อยู่รอดได้ในธุรกิจนี้ ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงข้อควรรู้ก่อนเปิดร้านอาหารมาฝากกันนะคะ

 

  1. ทำเลที่ตั้งในการ เปิดร้านอาหาร ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเปิด “ร้านอาหาร” ที่สำคัญที่สุด โดยต้องคำนึงถีงความสะดวกสบายในการเดินทาง ที่จอดรถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ถ้าเปิดร้านในห้างสรรพสินค้า หรือ Community Mall ก็ควรจะเป็นบริเวณที่มีคนเดินผ่านเยอะหน่อย มีป้ายหน้าร้านที่ชัดเจน เพื่อที่จะได้ดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการ
  2. การบริการ ถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกข้อนึงในการ เปิดร้านอาหาร ให้ประสบความสำเร็จ โดยต้องเริ่มจากคัดเลือกพนักงานที่มี Service Mind มีใจในการให้บริการ ยิ้มแย้ม สุภาพ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี และควรจะมีการอบรมในทุกๆเดือน รวมทั้งควรมีการขอ Feedback จากลูกค้าเป็นระยะๆ เพื่อที่จะมาปรับปรุงการให้บริการให้ตอบโจทย์ลูกค้า จะเป็นการรักษาลูกค้าให้อยากมาใช้บริการใน ร้านอาหาร ของเรา
  3. การบริหารจัดการ ถ้าเป็นช่วงเริ่มต้น เจ้าของธุรกิจควรเข้าไปบริหาร จัดการ ทำระบบขึ้นมาเองก่อน เพื่อที่จะได้รู้ปัญหาในทุกๆเรื่องและแก้ไขปัญหาได้ก่อน ก่อนที่จะจ้างคนเข้ามาทำหน้าที่นั้นๆ และควรมีการตรวจสอบเป็นระยะๆ หากไม่เข้าไปดูอาจเกิดการโกง การบริหารจัดการที่ไม่ดี การขาดวัตถุดิบ การบริการที่ไม่ดี ซึ่งทำให้ลูกค้าหายไปได้โดยที่เราไม่รู้สาเหตุ
  4. การโฆษณา หรือ การทำการตลาด เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเพื่อให้ลูกค้ารู้จักร้านอาหารของเรา โดยปัจจุบันเทรนด์ที่กำลังมาแรง คือการตลาดออนไลน์ ทั้ง Facebook, Instagram, Line@ เจ้าของร้านอาหารต้องมีความรู้ในด้านเหล่านี้ รวมทั้งการถ่ายรูปอาหาร บรรยากาศร้าน, การเขียน Caption, การปัก Location ใน Google Map เพื่อให้ลูกค้าสามารถมายังร้านได้อย่างง่าย รวมทั้งการโปรโมต ทำการตลาด ผ่านเวบแนะนำ ร้านอาหาร ต่างๆ เช่น Wongnai, Eatigo, Offpeak หรือ Hungry Hub ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละร้าน
  5. การควบคุมค่าใช้จ่ายก่อนเปิดร้านอาหาร ถือเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารเงิน ให้มีเหลือพอในการดำเนินธุรกิจ เช่นการตกแต่งร้าน การจ้างอินทีเรีย การจ้างรับเหมา การควบคุมรายจ่ายต่างๆที่อาจจะบานปลายได้ การเลือกซื้อ “เฟอร์นิเจอร์ร้านอาหาร” การเลือกซื้อ โต๊ะอาหาร เก้าอี้ ให้เหมาะสมกับร้านของคุณ ซึ่งหากคุณมี ร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เชื่อถือได้ รูปแบบให้เลือกมากมาย และสามารถส่งมอบได้ตรงตามเวลา (อ่านเพิ่มเติมที่ ความสำคัญของร้านเฟอร์นิเจอร์) เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีต้นทุนการเสียโอกาส ในการ เปิดร้านอาหาร จะดีกว่าไหม ที่จะให้ เฟอร์นิสต้า ช่วยคุณ โดยทาง เฟอร์นิสต้า มีประสบการณ์ในด้านเฟอร์นิเจอร์มากว่า 30 ปี มีลูกค้าตั้งแต่ระดับ SMEs จนถึงบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านบิงซู ร้านชาบู ร้านปิ้งย่าง ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารไทย ร้านอาหารเกาหลี เฟอร์นิสต้าก็พร้อมให้บริการ ทั้งให้คำปรึกษา คำแนะนำ เพื่อให้เจ้าของร้านอาหารไม่ต้องมาปวดหัว เสียเวลาในด้านการเลือกซื้อ เฟอร์นิเจอร์ร้านอาหาร ทำให้สามารถมีเวลาไปพัฒนาด้านอาหาร การบริการของร้านให้ดีขึ้นได้

 

 

4 เจ๋ง 4 เจ๊ง ควรรู้ก่อนทำธุรกิจอาหารแฟรนไชส์ Restaurant Franchise

อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่ไม่มีความรู้ อย่างแรกที่คนเราจะนึกถึงคงหนีไม่พ้น “ธุรกิจแฟรนไชส์”

และธุรกิจแฟรนไชส์ที่ยอดนิยมคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ธุรกิจด้านอาหาร แน่นอน

วันนี้เฟอร์นิสต้า ผู้เชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์ร้านอาหาร ขอนำเสนอ

4 เจ๋ง 4 เจ๊ง ควรรู้ก่อนทำธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร

ว่ามีหลักการ ข้อควรรู้ หรือข้อควรระวังอะไรบ้างในการทำร้านอาหารแฟรนไชส์

เจ๋ง 1. สามารถเริ่มธุรกิจได้ทันที

เพียงแค่ตกลงทำสัญญา จ่ายเงิน ก็เริ่มทำธุรกิจได้เลย

ไม่ต้องคิดชื่อร้าน เมนูอาหาร การตกแต่งร้าน การสั่งซื้อสินค้า การทำอาหาร การตลาด

การจัดการทั้งหมดได้ถูกคิดไว้ให้หมดแล้วแบบสำเร็จรูป ก๊อปปี้ วาง เปิดร้านได้เลย

 

เจ๋ง 2. มีที่ปรึกษาตลอดเวลา

ถ้าเริ่มธุรกิจร้านอาหารเอง เวลาเจอปัญหาต้องแก้ไขเอง บางปัญหาอาจจะทำให้เจ้าของร้านคิดไม่ตก

และกว่าจะหาทางแก้ไขได้ ต้องใช้เวลานาน การทำธุรกิจแฟรนไชส์จะมีการให้คำปรึกษาแนะนำ

ตลอดเวลา เมื่อเจอปัญหามักเป็นปัญหาที่มักเจออยู่แล้ว เจ้าของแฟรนไชส์จึงสามารถให้คำแนะนำ

ได้อย่างตรงจุด และให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์สามารถทำธุรกิจต่อไปได้อย่างไหลลื่น

 

เจ๋ง 3. มีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์

เมื่อแฟรนไชส์มีจำนวนที่เยอะมากขึ้น การสั่งซื้อสินค้าย่อมเยอะตามไป ทำให้ร้านอาหารสามารถมี

อำนาจในการต่อรองเรื่องราคากับซัพพลายเออร์ได้ เนื่องจากมีการสั่งซื้อต่อครั้งในจำนวนที่มากขึ้น

ซึ่งทำให้ได้ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำลง และสามารถเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้ก่อนอีกด้วย

 

เจ๋ง 4. เป็นที่รู้จัก ไม่ต้องทำการตลาดมาก

แฟรนไชส์มีหลายสาขา มีการขยายสาขาไปยังที่ต่างๆ ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ หรือร้านอาหาร

ที่เป็นแฟรนไชส์ได้ง่ายกว่า เนื่องจากเจอในสถานที่ต่างๆ บ่อยๆ ทำให้การโฆษณาให้เป็นที่รู้จัก

ตอนเริ่มต้นใช้เวลาไม่มาก แค่บอกว่าร้านอาหารมีสาขาเพิ่มที่ตรงนี้ ลูกค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว

ก็จะมาใช้บริการทันที เพราะลูกค้ารู้จักแบรนด์ รู้จักคุณภาพ รสชาติอาหารอยู่แล้ว

ตัวอย่างร้านอาหารแฟรนไชส์

ส่วนสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมในการเลือกทำ ธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร เพื่อไม่ให้ เจ๊ง

เจ๊ง 1. แบรนด์ดัง ทำไงก็ได้ตังค์

หลายคนคิดว่าเมื่อซื้อแฟรนไชส์ดัง เป็นที่รู้จักจะสามารถทำกำไรได้อย่างงาม

แต่อย่าลืมว่าต้องแลกมากับค่าธรรมเนียมแรกเข้า, ค่า Royalty Fee, ค่า Marketing Fee

ที่ค่อนข้างสูง จึงจำเป็นต้องดูองค์ประกอบอย่างอื่นด้วยว่าจะสามารถทำยอดได้

ตามเป้าที่กำหนดมาหรือไม่ ซึ่งหากทำไม่ได้ จากทำธุรกิจที่จะได้กำไร อาจจะเหนื่อยฟรีก็ได้

 

เจ๊ง 2. สาขาเยอะ เปิดได้ไม่มีลิมิต

บางคนคิดว่าการเปิดสาขาเยอะจะช่วยด้านแบรนด์ การรับรู้ให้กับลูกค้า แต่ต้องระวังว่า

เจ้าของแฟรนไชส์ได้มีการจำกัด จำนวนสาขาต่อพื้นที่ ในจำนวนที่เหมาะสมด้วย

เพราะถ้าไม่มีการควบคุมจำนวนสาขา หรือให้เปิดใกล้กันเกินไป

จะทำให้เกิดการแย่งลูกค้ากันเองได้ ทำให้ยอดขายของสาขาที่เปิดก่อนลดลงได้

“การเปิดสาขาเยอะเป็นผลดีต่อเจ้าของแฟรนไชส์ แต่ไม่เป็นผลดีต่อผู้ซื้อแฟรนไชส์แน่นอน”

เจ๊ง 3. ทำตามแผน ไม่ต้องคิดเยอะ

การทำตามแผนของเจ้าของแฟรนไชส์ โดยไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องคิดมากทำให้ทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้ายอดขายร้านไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปตามสถานการณ์

หากเราเอาแต่ตามแผนของเจ้าของแฟรนไชส์บางอย่างอาจจะเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า

พื้นที่นึง แต่อาจจะใช้ไม่ได้กับอีกพื้นที่นึงก็ได้ ดังนั้นควรจะมีการปรึกษากับเจ้าของแฟรนไชส์

ให้ช่วยกันคิดหาวิธีช่วยกันเพิ่มยอดขายจะดีกว่าที่ทำตามแผนจากส่วนกลาง

เจ๊ง 4. ดูดีหาที่ติไม่มี

การซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารอีกสิ่งนึงที่ต้องคิดเยอะๆเลยก็คือ เราจะทำตามแผน

ที่เจ้าของแฟรนไชส์นั้นๆวาดขึ้นมาอย่างสวยหรูได้หรือไม่ เช่น วันนึงต้องมีลูกค้าเข้าร้านเท่าไร

ยอดลูกค้าต่อบิลเท่าไร ทำโปรโมชั่นยอดต้องเพิ่มเท่าไร จุดคุ้มทุนกี่เดือน กี่ปี

สิ่งเหล่านี้บางทีอาจเป็นเพียงตัวเลขที่ได้จากการคำนวณในกระดาษเท่านั้น

การลงมือทำจริงอาจจะเป็นไปไม่ได้เลย ต้องลงไปศึกษาดูให้ดีว่า แต่ละอย่างในแผน

ที่เจ้าของแฟรนไชส์โม้มานั้น สามารถทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน

ทางเฟอร์นิสต้าเชื่อว่าหากได้อ่านบทความนี้แล้ว คงจะช่วยให้นักธุรกิจร้านอาหารมือใหม่

สามารถลงมือทำ แล้วประสบความสำเร็จ และมีความสุขอย่างแน่นอน

แต่งร้านอาหารสไตล์ Modern ด้วยเก้าอี้ Eames

เฟอร์นิสต้า ขอแนะนำการแต่งร้านง่ายๆ

หลากหลายสไตล์ด้วยเก้าอี้ Eames DSW

 

Eames DSW เก้าอี้ขาไม้ ดีไซน์คุ้นตาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ออกแบบโดยคู่สามีภรรยา ดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวอเมริกันนาม Charles and Ray

ซึ่งเป็นผู้นำด้านดีไซน์ทางสถาปัตยกรรม และเฟอร์นิเจอร์

เก้าอี้พลาสติกขาไม้ Eames DSW
เก้าอี้ดีไซน์ขาไม้ Eames DSW

 

เก้าอี้ Eames DSW สไตล์โมเดิร์น ที่นั่งทำจากพลาสติก และขาทำด้วยไม้จริง

ไปดูกันเลยว่าจะสามารถเข้ากับห้องสไตล์ไหนได้บ้าง

 

Eames DSW Chair in Restaurant
Eames DSW Chair วางกับโต๊ะขาไขว้ สีขาว ดูสะอาดตา

 

Eames Chair กับโต๊ะกลม
Eames Chair กับโต๊ะกลม สีโอ๊คเข้ม สีตัดกันได้อย่างลงตัว

 

Eames DSW Chair
Eames DSW Chair ให้ความรู้สึกอบอุ่น เมื่อวางคู่กับโต๊ะไม้

 

เก้าอี้ Eames DSW
เก้าอี้ Eames DSW แมตช์กับโต๊ะสไตล์โมเดิร์น

 

เก้าอี้พลาสติกขาไม้ Eames DSW
เก้าอี้ดีไซน์ขาไม้ Eames DSW สี Turquoise วางคู่โต๊ะไม้ ก็ดูดีไม่เบา

 

credit : wikipedia | pinterest

7 Style แต่งร้านสุดเจ๋ง แต่งให้สวยด้วยเก้าอี้บาร์

7 Style แต่งร้านสุดเจ๋ง แต่งร้านให้สวยด้วย “เก้าอี้บาร์”

วันนี้เรามีไอเดียการแต่งร้านกาแฟ ร้านอาหารสุดเจ๋ง แต่งให้ปัง มาบอกกันถึง 7 แบบ 7 Style

ลองไปดูกันเลย!!!

แต่งร้านให้สวยด้วย เก้าอี้บาร์ เฟอร์นิสต้า
แต่งร้านให้สวยด้วยเก้าอี้บาร์เฟอร์นิสต้า

 

เก้าอี้บาร์ ไม้+โต๊ะบาร์ไม้ ร้านกาแฟ

แบบที่ 1

การแต่งร้านแบบที่ 1 เลือกวางเก้าอี้บาร์ คู่กับโต๊ะบาร์ยึดติดกับผนัง ขาเหล็กสีดำ

เป็นการใช้พื้นที่ในร้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด หรืออาจจัดแบ่งเป็นมุม เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับร้านที่มีพื้นที่ไม่มากนัก

 

เก้าอี้บาร์ไม้+โต๊ะบาร์หน้าท๊อปไม้ขาเหล็ก ร้านกาแฟ

แบบที่ 2

การแต่งร้านแบบที่ 2 ใช้เก้าอี้บาร์ คู่กับโต๊ะบาร์ตัว L ด้านนึงติดหน้าต่าง สามารถมองเห็นบรรยากาศภายนอก

ส่วนอีกฝั่งนึง ลูกค้าสามารถนั่งได้ทั้ง 2 ฝั่ง โดยหันหน้าเข้าหากัน

การจัดร้านสไตล์นี้เหมาะกับร้านที่ต้องการ ให้พื้นที่ดูโล่ง โปร่ง ดูไม่หนาแน่น อึดอัดเกินไป

และยังช่วยเพิ่มพื้นที่นั่ง สำหรับรองรับลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย

 

เก้าอี้บาร์ไม้ ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านราเมง

แบบที่ 3

การแต่งร้านแบบที่ 3 ใช้เก้าอี้บาร์ คู่กับตัวเคาน์เตอร์บิ้วอิน โดยอีกฝั่งจะเป็นครัว หรือที่เตรียมอาหาร

การจัดร้านสไตล์นี้ เหมาะกับร้านที่มีพื้นที่ไม่มากนัก

ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารที่ต้องการรองรับลูกค้าต้องการความรวดเร็ว

 

เก้าอี้บาร์ไม้ ร้านอาหาร

แบบที่ 4

การแต่งร้านแบบที่ 4 ใช้เก้าอี้บาร์ คู่กับโต๊ะติดผนัง ทำให้บรรยากาศร้านน่านั่งมากขึ้น

การจัดร้านสไตล์นี้ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าที่มาแบบคนเดียว

หรือลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็ว มาใช้บริการได้ด้วยความสะดวก

 

เก้าอี้บาร์ไม้ ร้านอาหารญี่ปุ่น

แบบที่ 5

การแต่งร้านแบบที่ 5 ใช้เก้าอี้บาร์ คู่กับตัวเคาน์เตอร์บิ้วอิน

โดยมี Chef ทำอาหารอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์

การจัดร้านสไตล์นี้ เหมาะกับร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ต้องการแสดงให้ลูกค้าเห็นถึง

ขั้นตอนการทำอย่างพิถีพิถันและความสดใหม่ของอาหาร

ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การทานอาหารอันสุดพิเศษ

 

เก้าอี้บาร์ไม้ ร้านอาหารญี่ปุ่น

แบบที่ 6

การแต่งร้านแบบที่ 6 เก้าอี้บาร์ คู่กับตัวเคาน์เตอร์บิ้วอิน

ซึ่ง Chef สามารถโชว์ทักษะในการทำอาหาร เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า

การจัดร้านสไตล์นี้ เหมาะกับร้านอาหารญี่ปุ่น เช่นเดียวกับแบบที่ 5 แต่จะเปลี่ยนโทน

ของร้านโดยเน้นแบบสไตล์ญี่ปุ่นด้วยการเลือกใช้ไม้สีบีช

 

เก้าอี้บาร์ ร้านกาแฟ ร้านของหวาน

แบบที่ 7

การแต่งร้านแบบที่ 7 ใช้เก้าอี้บาร์ คู่กับตัวโต๊ะบาร์ขาไม้ทั้งตัวโทนสีเข้ม

การจัดร้านสไตล์นี้ เหมาะกับร้านเบเกอรี่ หรือร้านกาแฟ ที่ต้องการมุมสบายๆ ให้ลูกค้า

ได้มีความเป็นส่วนตัว โดยวางเฟอร์นิเจอร์ติดกับหน้าต่าง เพื่อให้ลูกค้าสามารถ

มองวิวด้านนอก เพิ่มอรรถรสในการดื่มกาแฟมากยิ่งขึ้น