4 เจ๋ง 4 เจ๊ง ควรรู้ก่อนทำธุรกิจอาหารแฟรนไชส์ Restaurant Franchise

อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่ไม่มีความรู้ อย่างแรกที่คนเราจะนึกถึงคงหนีไม่พ้น “ธุรกิจแฟรนไชส์”

และธุรกิจแฟรนไชส์ที่ยอดนิยมคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ธุรกิจด้านอาหาร แน่นอน

วันนี้เฟอร์นิสต้า ผู้เชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์ร้านอาหาร ขอนำเสนอ

4 เจ๋ง 4 เจ๊ง ควรรู้ก่อนทำธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร

ว่ามีหลักการ ข้อควรรู้ หรือข้อควรระวังอะไรบ้างในการทำร้านอาหารแฟรนไชส์

เจ๋ง 1. สามารถเริ่มธุรกิจได้ทันที

เพียงแค่ตกลงทำสัญญา จ่ายเงิน ก็เริ่มทำธุรกิจได้เลย

ไม่ต้องคิดชื่อร้าน เมนูอาหาร การตกแต่งร้าน การสั่งซื้อสินค้า การทำอาหาร การตลาด

การจัดการทั้งหมดได้ถูกคิดไว้ให้หมดแล้วแบบสำเร็จรูป ก๊อปปี้ วาง เปิดร้านได้เลย

 

เจ๋ง 2. มีที่ปรึกษาตลอดเวลา

ถ้าเริ่มธุรกิจร้านอาหารเอง เวลาเจอปัญหาต้องแก้ไขเอง บางปัญหาอาจจะทำให้เจ้าของร้านคิดไม่ตก

และกว่าจะหาทางแก้ไขได้ ต้องใช้เวลานาน การทำธุรกิจแฟรนไชส์จะมีการให้คำปรึกษาแนะนำ

ตลอดเวลา เมื่อเจอปัญหามักเป็นปัญหาที่มักเจออยู่แล้ว เจ้าของแฟรนไชส์จึงสามารถให้คำแนะนำ

ได้อย่างตรงจุด และให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์สามารถทำธุรกิจต่อไปได้อย่างไหลลื่น

 

เจ๋ง 3. มีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์

เมื่อแฟรนไชส์มีจำนวนที่เยอะมากขึ้น การสั่งซื้อสินค้าย่อมเยอะตามไป ทำให้ร้านอาหารสามารถมี

อำนาจในการต่อรองเรื่องราคากับซัพพลายเออร์ได้ เนื่องจากมีการสั่งซื้อต่อครั้งในจำนวนที่มากขึ้น

ซึ่งทำให้ได้ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำลง และสามารถเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้ก่อนอีกด้วย

 

เจ๋ง 4. เป็นที่รู้จัก ไม่ต้องทำการตลาดมาก

แฟรนไชส์มีหลายสาขา มีการขยายสาขาไปยังที่ต่างๆ ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ หรือร้านอาหาร

ที่เป็นแฟรนไชส์ได้ง่ายกว่า เนื่องจากเจอในสถานที่ต่างๆ บ่อยๆ ทำให้การโฆษณาให้เป็นที่รู้จัก

ตอนเริ่มต้นใช้เวลาไม่มาก แค่บอกว่าร้านอาหารมีสาขาเพิ่มที่ตรงนี้ ลูกค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว

ก็จะมาใช้บริการทันที เพราะลูกค้ารู้จักแบรนด์ รู้จักคุณภาพ รสชาติอาหารอยู่แล้ว

ตัวอย่างร้านอาหารแฟรนไชส์

ส่วนสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมในการเลือกทำ ธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร เพื่อไม่ให้ เจ๊ง

เจ๊ง 1. แบรนด์ดัง ทำไงก็ได้ตังค์

หลายคนคิดว่าเมื่อซื้อแฟรนไชส์ดัง เป็นที่รู้จักจะสามารถทำกำไรได้อย่างงาม

แต่อย่าลืมว่าต้องแลกมากับค่าธรรมเนียมแรกเข้า, ค่า Royalty Fee, ค่า Marketing Fee

ที่ค่อนข้างสูง จึงจำเป็นต้องดูองค์ประกอบอย่างอื่นด้วยว่าจะสามารถทำยอดได้

ตามเป้าที่กำหนดมาหรือไม่ ซึ่งหากทำไม่ได้ จากทำธุรกิจที่จะได้กำไร อาจจะเหนื่อยฟรีก็ได้

 

เจ๊ง 2. สาขาเยอะ เปิดได้ไม่มีลิมิต

บางคนคิดว่าการเปิดสาขาเยอะจะช่วยด้านแบรนด์ การรับรู้ให้กับลูกค้า แต่ต้องระวังว่า

เจ้าของแฟรนไชส์ได้มีการจำกัด จำนวนสาขาต่อพื้นที่ ในจำนวนที่เหมาะสมด้วย

เพราะถ้าไม่มีการควบคุมจำนวนสาขา หรือให้เปิดใกล้กันเกินไป

จะทำให้เกิดการแย่งลูกค้ากันเองได้ ทำให้ยอดขายของสาขาที่เปิดก่อนลดลงได้

“การเปิดสาขาเยอะเป็นผลดีต่อเจ้าของแฟรนไชส์ แต่ไม่เป็นผลดีต่อผู้ซื้อแฟรนไชส์แน่นอน”

เจ๊ง 3. ทำตามแผน ไม่ต้องคิดเยอะ

การทำตามแผนของเจ้าของแฟรนไชส์ โดยไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องคิดมากทำให้ทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้ายอดขายร้านไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปตามสถานการณ์

หากเราเอาแต่ตามแผนของเจ้าของแฟรนไชส์บางอย่างอาจจะเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า

พื้นที่นึง แต่อาจจะใช้ไม่ได้กับอีกพื้นที่นึงก็ได้ ดังนั้นควรจะมีการปรึกษากับเจ้าของแฟรนไชส์

ให้ช่วยกันคิดหาวิธีช่วยกันเพิ่มยอดขายจะดีกว่าที่ทำตามแผนจากส่วนกลาง

เจ๊ง 4. ดูดีหาที่ติไม่มี

การซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารอีกสิ่งนึงที่ต้องคิดเยอะๆเลยก็คือ เราจะทำตามแผน

ที่เจ้าของแฟรนไชส์นั้นๆวาดขึ้นมาอย่างสวยหรูได้หรือไม่ เช่น วันนึงต้องมีลูกค้าเข้าร้านเท่าไร

ยอดลูกค้าต่อบิลเท่าไร ทำโปรโมชั่นยอดต้องเพิ่มเท่าไร จุดคุ้มทุนกี่เดือน กี่ปี

สิ่งเหล่านี้บางทีอาจเป็นเพียงตัวเลขที่ได้จากการคำนวณในกระดาษเท่านั้น

การลงมือทำจริงอาจจะเป็นไปไม่ได้เลย ต้องลงไปศึกษาดูให้ดีว่า แต่ละอย่างในแผน

ที่เจ้าของแฟรนไชส์โม้มานั้น สามารถทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน

ทางเฟอร์นิสต้าเชื่อว่าหากได้อ่านบทความนี้แล้ว คงจะช่วยให้นักธุรกิจร้านอาหารมือใหม่

สามารถลงมือทำ แล้วประสบความสำเร็จ และมีความสุขอย่างแน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *